เพิร์ธ : การงอกเงย ... ที่งดงาม - โรงเรียนเพลินพัฒนา ,โรงเรียนทางเลือก

หน้าแรก
ข่าวประชาสัมพันธ์
เครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สรุปงานสัมมนาและเสวนา

รายงานพัฒนาการนักเรียน
ปฏิทินโรงเรียน
ชื่อสมาชิก

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
      
เพิร์ธ : การงอกเงย ... ที่งดงาม พิมพ์ อีเมล
  เพิร์ธ : การงอกเงย ... ที่งดงาม

     “ข้าพเจ้าจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อแสดงความเป็นมนุษย์ เรื่องการแสดงอารมณ์ผ่านใบหน้า และความซับซ้อนของมนุษย์ ผ่านผลงานหน้ากาก ภาพวาด ศิลปะสื่อผสม และศิลปะกับการจัดวาง” ข้อความที่ “เพิร์ธ”ได้สื่อสารกับผู้เข้าชมงานผ่านสูจิบัตรที่ตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อบอกเล่าแนวความคิดผ่านงานศิลปะ
 
     การแสดงงานศิลปะครั้งแรกที่เกิดขึ้น ณ ห้องประชุมหัวลำโพง เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม - ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ โดย “นางสาวพฤกษ์ศุภางค์ ศุภเมธากร” หรือ “เพิร์ธ” ชั้น ๑๒ ถือเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในโรงเรียนเพลินพัฒนา ที่เรียกเสียงตอบรับจากผู้เข้าชมได้เป็นอย่างดี ยากที่ใครจะปฏิเสธว่านี่คือการจัดแสดงงานของว่าที่ศิลปินที่เต็มไปด้วยความสามารถในเชิงศิลปะผ่านมุมมองที่ผสมผสานแนวคิดผนวกกับเทคนิคอย่างกลมกลืน นำไปสู่ผลงาน “FACE OF REALITAS”
 
     
อะไรคือแรงบันดาลใจในการทำงานศิลปะของเพิร์ธ ?
 
“หนูมีหลายแหล่งมากค่ะ.. ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่มาจากประสบการณ์ชีวิต” เพิร์ธเกริ่นนำ ก่อนจะเล่าต่อว่า
 
     “เริ่มจากหนูเป็นคนธรรมะ ธรรมโม ชอบเข้าวัด ชอบนั่งสมาธิ และเวลานั่งสมาธิหนูจะปลงหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับความต้องการ กิเลสของมนุษย์ หลายสิ่งหลายอย่างเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในงานได้หรือบางทีดูหนัง ฟังเพลงก็สร้างแรงบันดาลใจให้หนูได้เหมือนกัน อย่างเพลงโซนาต้า ของบีโธเฟ่น สร้างแรงบัลดาลใจได้ดีมากค่ะ ...
 
     “เริ่มจากหนูเป็นคนธรรมะ ธรรมโม ชอบเข้าวัด ชอบนั่งสมาธิ และเวลานั่งสมาธิหนูจะปลงหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับความต้องการ กิเลสของมนุษย์ หลายสิ่งหลายอย่างเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในงานได้หรือบางทีดูหนัง ฟังเพลงก็สร้างแรงบันดาลใจให้หนูได้เหมือนกัน อย่างเพลงโซนาต้า ของบีโธเฟ่น สร้างแรงบัลดาลใจได้ดีมากค่ะ ...
 
     ..แต่สำหรับโครงงานนี้ ส่วนใหญ่หนูได้แรงบันดาลใจจากอนิเมชั่น เรื่องแมกซ์แอนด์แมรี่ เป็นอนิเมชั่นของออสเตรเลีย เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นออทิสติก ส่งจดหมายคุยกับแมรี่ เด็กหญิงสาวที่มีปัญหากับสังคม คือเข้าสังคมไม่ได้ และเขาก็พูดถึงมุมมองที่แตกต่างของมนุษย์ อาทิ มีป้ายห้ามทิ้งบุหรี่ และถังขยะก็อยู่แค่นั้นแต่คนเราก็ยังจะทิ้งที่พื้น ไม่ทิ้งที่ถังขยะ เขามองโลกในมุมที่แตกต่างทำให้หนูคิดว่าน่าจะลองทำศิลปะที่มองในมุมที่แสดงถึงความธรรมดา
ของมนุษย์ พฤติกรรมธรรมดาของมนุษย์ที่เราเป็นกันอยู่ทุกๆ วัน ที่มันดูซับซ้อน และโชว์ในอีกมุมหนึ่งว่า จริงๆ แล้วมันมีความซับซ้อน และแปลกประหลาดที่ไม่มีเหตุ และไม่มีผลเหมือนกัน ก็เลยสร้างออกมาเป็นงาน FACE OF REALITAS”
 
     งานศิลปะที่เราสร้างสรรค์ขึ้น น่าจะเกิดจาก ๒ ส่วนคือ “พรสวรรค์” และ “พรแสวง” ... ทั้งสองอย่างนี้เดินควบคู่กันไปอย่างไร ?  
     
     “ในชีวิตที่หนูเจอมา ตั้งแต่เด็กๆ ครูก็จะบอกตลอดเลยว่าหนูมีพรสวรรค์ แต่หนูคิดว่าแม้จะมีพรสวรรค์แค่ไหน หากไม่มีพรแสวงมันก็ไม่มีค่า เพราะว่าทุกๆ อย่างมันเกิดจากการที่เราต้องฝึกฝน ศิลปะคือการฝึกฝนล้วนๆ เลย นอกจากจินตนาการ และแนวคิด ก็คือการฝึกฝนเยอะๆ คนเราอาจมีพรสวรรค์ในบางเรื่อง แต่ถ้าไม่มีพรแสวงเลยมันก็ไม่ได้เรื่องเหมือนกัน”
 
รู้สึกอย่างไรกับการแสดงงานในครั้งนี้...ที่ถือเป็นครั้งแรกของตนเอง และครั้งแรกในเพลินพัฒนา ?
 
      “หนูรู้สึกตื่นเต้นแล้วก็ประหม่ามาก สิ่งแรกที่คิดไว้แต่เริ่มเลยคือไม่มีใครเข้ามาดูแน่นอน เพราะมันไม่เคยเกิดขึ้น และหนูก็ไม่คิดว่างานจะดีพอขนาดนั้น แต่กลายเป็นว่าผลตอบรับดีเกินคาด สูจิบัตรขายดีมาก และทุกคนก็ชมบอกว่างานดี ที่นอนตีสองตีสามมาหลายคืนก็คุ้มค่า แต่หนูก็สู้ค่ะ และก็มีความสุขมากที่ทุกคนสนับสนุน ปลื้มใจค่ะ”
 
     
กว่าจะมาถึงวันนี้...ต้องเตรียมตัวอย่างไร ? และได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานในครั้งนี้ ?
 
     “ตั้งแต่ตอนเริ่มเลย หนูจะเข้ามัณฑนศิลป์ ประยุกต์ศิลป์ ม.ศิลปากร จึงเริ่มฝึกทักษะด้านศิลปะมาตลอด แต่พอได้ไปชมงานศิลปะที่ University of the arts London (UAL) ประเทศอังกฤษ ก็รู้ตัวว่าชอบ Fine Art จึงมุ่งไปที่ UAL สาขา Fine Art โดยมีเวลา ๕ - ๖ เดือน เพื่อสร้างผลงานนำเสนอกับ UAL ซึ่งในส่วนของนิทรรศการโซนแรก กับโซนที่สอง จะใช้เวลาไม่ถึงเดือน ส่วนผลงานเบ็ดเตล็ดจะมีตั้งแต่ ชั้น ๑๑ ขึ้นมาเรื่อยๆ…
 
     สำหรับสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานในครั้งนี้ ต้องบอกว่าหนูได้เรียนรู้อะไรๆ เยอะเลยนะคะ เรื่องงาน Fine Art ที่ยังไม่เคยเรียนมาก่อน จน ๕ - ๖ เดือนที่แล้ว ...การคิดเรื่อง Fine Art และการจัดงานครั้งนี้ทำให้เห็นถึงแนวของตัวเองว่าชอบอะไร ? Fine Art ของหนูคือการชอบสื่อถึงความเป็นจริงของมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่เราเห็นกันอยู่ทุกๆ วัน แต่พยายามที่จะโชว์ในอีกแง่มุมหนึ่งขึ้นมา...
 
      อีกเรื่องหนึ่งที่ได้เยอะที่สุด น่าจะเป็นเรื่องของการจัดงาน การจัดเวลา จัดอุปกรณ์ง่ายๆ เวลาที่เราจัดโปรเจคแบบนี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับอาร์ตหรอกค่ะ เพราะว่ามีปัญหาเยอะมาก เรื่องเกี่ยวกับไฟอันนั้นก็ไม่ได้ บอร์ดนี้ก็ไม่ได้ ห้องก็อย่างนู้น อย่างนี้ ต้องดูแลทุกอย่างเองหมดเลย ก็ดีค่ะเป็นประสบการณ์ชีวิต ครั้งหนึ่งได้ทำงานใหญ่ๆ หนูอยู่ที่เพลินพัฒนา มาตั้งแต่โรงเรียนเปิด ตอนนั้น ชั้น ๓ ก็จะทำโครงงานชื่นใจ หรือ PBL ก็ทำกับเพื่อน ทำกับคนหลายๆ คนตลอด แต่นี่ทั้งแบกทั้งยกนู่นนี่ทำเองหมดเลย”
 
     
สนใจไปศึกษาต่อที่ University of the arts London (UAL) ตรงนี้ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?
 
      “ต้องเตรียมหลายขั้นเหมือนกันค่ะ อย่างการเตรียม Portfolioที่ถือว่าสำคัญที่สุด ก็แล้วแต่มหาวิทยาลัย แต่อันนี้คือ UAL ก็คือเตรียม Port ของเรา เตรียมงานต่างๆ ตามสาขาที่เราชอบ ...หนูชอบ Fine Art หนูก็ทำงาน Fine Art ขึ้นมา และอีกอันหนึ่งที่สำคัญ คือถ้าไปอังกฤษสอบไอเอลส์ ถ้าไปอเมริกาสอบโทเฟลค่ะ แต่หนูแนะนำอังกฤษก่อนค่ะ หนูรู้สึกว่าไอเอลง่ายกว่าโทเฟล ไอเอลคือการสอบแบบพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการพูด เขียน ฟัง พื้นฐานภาษาอังกฤษ ว่าคุณได้พื้นฐานระดับไหน
 
     ...ตอนเอา Port ไปให้ ต้องคุยกับอาจารย์ที่เขามา ว่าเรามีผลงานอะไร การเรียนต่างประเทศกับเรียนในประเทศจะแตกต่างกัน ในประเทศก็จะเน้นเรื่องฝีมือ แต่ถ้าไปต่างประเทศเน้นที่สุดเลยคือแนวคิด เราต้องคิดให้มันลึกซึ้ง และสามารถถ่ายทอดให้เขาเข้าใจได้”
 
การเตรียมพร้อมเรื่องของภาษาเป็นอย่างไร ?
 
     “หนูรู้สึกว่าเตรียมมาเยอะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโรงเรียนเพลินพัฒนา นี้ด้วย เพราะว่าครูดีมาก ทำให้หนูมีทักษะที่ดีเป็นพื้นฐานโดยที่หนูก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน และก็มีไปติวไอเอล ล่าสุดก็ไปสอบแต่ยังไม่รู้ผล ก็พอได้อยู่ค่ะ หนูว่าประมาณ ๖๐ – ๘๐ %”
 
คิดว่าโรงเรียนมีส่วนผลักดันให้เราเดินตามความฝันได้อย่างไร ?
 
      “หนูเรียนที่เพลินพัฒนา มาตั้งแต่ ชั้น ๓ ต้องบอกว่าโรงเรียนทำให้หนูมีความคิดสร้างสรรค์ ทำให้หนูมีความคิดเกี่ยวกับศิลปะตั้งแต่เด็ก ที่สำคัญคือมีการสนับสนุนกันมาตลอด อย่างงานที่เกิดขึ้นนี้ ก็คือเดินไปขอครู ครูก็ให้เลย บอกว่าได้สิ ลองเลย ทำเลย เดี๋ยวครูไปเรียกครูคนอื่นมาด้วย ได้เลยทุกอย่าง และที่พิเศษสุด คือ ‘คุณทนง’ ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ช่วยเขียนคำนิยมให้ด้วย ต้องขอขอบคุณโรงเรียนที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้นมาค่ะ”  
     
มองถึงเส้นทางอาชีพไว้อย่างไร ?
 
      “ที่บ้านหนูมีบริษัทเครื่องสำอางของตัวเอง พ่อคิดว่าตอนนี้บริษัทเรายังเล็กอยู่ ด้านงานอาร์ตก็ยังไม่ลงตัว เห็นว่าหนูมีความชอบอาร์ตอยู่แล้ว และมันก็เป็น Fine Art ที่เกี่ยวกับแง่มุมแง่ความคิด เรียนไปก็ไม่ได้เสียหาย ก็เลยให้หนูไปเปิดความคิดที่ต่างประเทศ และก็อาจจะไปดูการตลาดที่โน่นด้วย ...
 
      ถามว่าอนาคตเรื่อง Fine Art จะเป็นอย่างไร..? เอาเข้าจริงหนูรู้สึกว่าหนูก็สามารถเป็นศิลปินได้นะ หนูคงจัดงานแบบนี้ อนาคตไม่แน่งานพวกนี้อาจจะโผล่ออกมา แล้วก็ประมูล อาจจะเริ่มที่ ๑๐๐ บาท และหนูคิดว่าอนาคตหนูคงไปเป็นผู้บริหารด้วยค่ะ ปริญญาโทหนูจะไปเรียนด้านบริหาร คงไม่ได้เรียนอาร์ตแล้ว อันนี้คือไปเปิดมุมมองด้าน Fine Art”
 
ฝากถึงน้องๆ ที่มีความฝันไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ...เขาต้อง เตรียมตัวอย่างไร ?
 
      “คนเรา...อันดับแรกเลย เมื่อมีฝันก็ต้องทำให้สำเร็จ ถ้ามีฝันแล้วคิดว่าเราทำไม่ได้ สูงเกินไป อย่าไปยอมแพ้ เพราะเราจะแพ้ ก็ตอนที่เรายอมแพ้นี่แหละค่ะ ...
 
      ถ้าเรายังไม่ได้ลองทำสุดความสามารถ จะคล้ายๆ กับว่าเราเสียดายที่เกิดมา ถ้าเราไม่ยอมทำอะไรสักอย่างที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตสักครั้ง ก็เสียดายเช่นกัน อย่างเช่นงานนี้ ตอนแรกหนูก็ไม่คิดจะทำให้ใหญ่ขนาดนี้ หนูกะแค่เอามาตั้งๆ ธรรมดาๆ ให้คนมายืนดูงานหนูเท่านั้น แต่ก็คิดว่าไม่ได้นะเราอุตส่าห์จะทำแล้ว และชีวิตนี้ก่อนเราจะออกจากโรงเรียนนี้ เราต้องสร้างอะไรที่เป็นประวัติศาสตร์ “FACE OF REALITAS” จึงเกิดขึ้น ทำไมเราต้องทำศิลปะแค่บนผ้าใบ หรือในกระดาษ มันธรรมดา เราต้องทำศิลปะกับการจัดวาง สุดท้ายงานก็ออกมาตามที่ตั้งใจไว้ ตอนแรกก็เกือบยอมแพ้ แต่ถ้าเรายอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำมันก็เสียดาย”
 
ครอบครัวมีส่วนในการสนับสนุนอย่างไร
 
     “พ่อแม่สนับสนุนและผลักดันเต็มที่ในสิ่งที่ลูกชอบเลยทำให้เขามีอิสระทางความคิด ช่วยผลักดันให้เขามีทักษะที่เพิ่มขึ้น พาไปดูงานที่ UAL ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เขาอยากไปศึกษาต่อที่นี่ด้วย การฝึกสมาธิและพาไปปฏิบัติธรรมช่วยประคับประคองตัวเขาได้มากเพราะเขาป่วยเป็นทาลัสซีเมียชนิดร้ายแรง คุณหมอเคยบอกว่าน้องเพิร์ธอาจเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อยต้องให้เลือด คุณพ่อเป็นนักวิทยาศาสตร์จึงหาวิธีการรักษาแนวทางเลือกได้วิจัยสารอาหารตัวหนึ่งให้น้องทานที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ถึงตอนนี้น้องดีขึ้นมาก จากตรงนี้ทำให้น้องมีความคิดที่ตกผลึกมีมุมมองในเรื่องความเป็นจริงของชีวิตสามารถถ่ายทอดผ่านงานศิลปะที่มาจากความคิดของเขาเองทั้งหมด” คุณแม่น้องเพิร์ธเล่าให้ฟัง
 
     สิ่งที่สัมผัสได้ตลอดช่วงเวลาที่สนทนากับเพิร์ธ คือแววตา และคำพูดที่แสดงถึงความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังบนถนนสายศิลปะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือความพิถีพิถันในการประดิษฐ์ชิ้นงาน ที่มิได้มีแต่ความคิดสร้างสรรค์ หากยังแฝงไว้ซึ่งมุมมองที่เฉียบคม...
 
       
 
การเรียนรู้ในช่วงชั้น

 
โรงเรียนเพลินพัฒนาได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รอบที่ ๓ พ.ศ.๒๕๕๗

โรงเรียนเพลินพัฒนา 33/39-40 ถ.สวนผัก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
โทร.028852670-5 แฟกซ์ ต่อ 502 webmaster@plearnpattana.com
ค่า GPS : wgs84(x,y)(100.387720,13.787389),wgs84(พิกัด) E100,23,51.8 N13,47,14.6
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2547-2554 ทั้งภาพและเนื้อหาโดยโรงเรียนเพลินพัฒนา