รักลูก ปลูกธรรม - โรงเรียนเพลินพัฒนา ,โรงเรียนทางเลือก

หน้าแรก
ข่าวประชาสัมพันธ์
เครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สรุปงานสัมมนาและเสวนา

รายงานพัฒนาการนักเรียน
ปฏิทินโรงเรียน
ชื่อสมาชิก

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
      
รักลูก ปลูกธรรม พิมพ์ อีเมล
  รักลูก ปลูกธรรม

     “ดี ชั่ว รู้หมด แต่อดใจไม่ได้” นี่คือช่องว่างระหว่างสมอง และหัวใจ มิติที่ขาดหายไปในการเลี้ยงดูลูกหลาน และนักเรียนทุกวันนี้ การพัฒนา บ่มเพาะจิตใจให้มีชีวิตที่สมดุลทั้งกาย ใจ สมอง จะนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จได้...
     

     การเสวนาธรรม “รักลูก ปลูกธรรม” โดย “พระไพศาล วิสาโล” เจ้าอาวาส วัดป่าสุคะโต เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ท่านได้มอบข้อคิดดีๆ ให้กับผู้ปกครอง รร.เพลินพัฒนา เพื่อใช้เป็นแนวทางเลี้ยงดูบุตรหลานให้เท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เจริญไปด้วยเทคโนโลยี แต่อีกแง่หนึ่งกลับอยู่ลำบากมากขึ้น ทั้งภัยสังคม การแข่งขันที่สูงขึ้น ผู้ปกครองส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเรียนมากเกินไป จนมองข้ามคุณสมบัติต่อชีวิตที่ผาสุข และสิ่งที่จำเป็นต่อการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์อันประกอบไปด้วย กาย ใจ และสมอง

 
     
     การเสวนาธรรม “รักลูก ปลูกธรรม” โดย “พระไพศาล วิสาโล” เจ้าอาวาส วัดป่าสุคะโต เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ท่านได้มอบข้อคิดดีๆ ให้กับผู้ปกครอง รร.เพลินพัฒนา เพื่อใช้เป็นแนวทางเลี้ยงดูบุตรหลานให้เท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เจริญไปด้วยเทคโนโลยี แต่อีกแง่หนึ่งกลับอยู่ลำบากมากขึ้น ทั้งภัยสังคม การแข่งขันที่สูงขึ้น ผู้ปกครองส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเรียนมากเกินไป จนมองข้ามคุณสมบัติต่อชีวิตที่ผาสุข และสิ่งที่จำเป็นต่อการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์อันประกอบไปด้วย กาย ใจ และสมอง
 
     ในโรงเรียนก็เน้นใช้หัวคิด แต่เรื่องจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก และคุณธรรมกลับถูกมองข้าม คุณสมบัติต่อการดำเนินชีวิตจึงประกอบไปด้วย 3H : Head - การใช้เหตุผล ความคิด สติปัญญา Heart – ด้านจิตใจ Hand – ทักษะการใช้มือที่นับวันจะน้อยลงเรื่อยๆ อาทิ หุงข้าว ทำกับข้าว ทำงานศิลปะ ก่อสร้าง ปลูกต้นไม้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาด้านร่างกายและส่งผลดีต่อสมอง
 
     ในแง่ของคุณภาพใจ ต้องมีพลังและความอ่อนโยน เด็กของเรารู้อะไรมากมายแต่ยังมีจิตใจที่อ่อนแอ ไม่สามารถบังคับจิตได้ เช่น รู้ว่าขยันเป็นสิ่งที่ดี แต่เขาไม่สามารถบังคับใจให้ทำอย่างนั้นได้
 
คุณภาพจิตที่ควรมีประกอบด้วย
 
     ๑. มีน้ำใจ คิดถึงผู้อื่น มีเมตตา กรุณา - หากคิดถึงตัวเองมากจะทำให้เข้าถึงความสุขยาก แต่ถ้าลองช่วยเหลือผู้อื่นจะพบความสุขกาย สุขใจได้อย่างคาดไม่ถึง เพราะเมื่อเห็นความทุกข์ของคนอื่น ความทุกข์ของตัวเองจะเล็กน้อยมาก หลายคนพบว่าความสุขที่แท้อยู่ที่ใจ จากงานวิจัยพบว่าเด็กมีน้ำใจมาตั้งแต่เกิด เวลาได้ยินเด็กคนอื่นร้องไห้ก็กระสับกระส่าย ถ้าคลานได้ก็คลานไปหาให้ความรู้สึกร่วม ขออะไรก็จะให้ ม่านตาเด็กจะขยายเมื่อเห็นคนทุกข์ และจะหรี่ลงเมื่อคนนั้นได้รับความช่วยเหลือ แต่การเลี้ยงดูไปลดทอนความเมตตาในตัวเด็กให้ลดลง ดังนั้นในเรื่องความมีน้ำใจเราไม่ต้องปลูกแต่ต้องรักษา หล่อเลี้ยง ดูแล ให้เด็กคงสิ่งนี้ไว้
 
     ๒. ความใฝ่รู้ - เด็กต้องเข้าใจว่าเรียนไปเพื่ออะไร ไม่ใช่เพื่อคะแนนหรือรางวัล ถ้าเรียนเพื่อเอาความรู้จะมีความกระตือรือร้น พร้อมเปิดใจใฝ่รู้เรื่องอื่นมากขึ้นด้วย คนใฝ่รู้พร้อมเข้าหางานยาก กล้ายอมรับความผิดพลาด แม้ล้มเหลวก็ได้เรียนรู้
 
     “teach less learn more” สอนน้อยลง เรียนรู้ให้มากขึ้น เด็กไทยมีชั่วโมงการเรียนหนังสือมากที่สุดแต่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษากลับตกต่ำมาก ตรงข้ามกับฟินแลนด์ และสิงคโปร์ ที่มีจำนวนชั่วโมงเรียนน้อย แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษากลับสูงกว่ามาก การสอนกับการเรียนรู้ต่างกัน สอนมากเด็กโง่ก็มี เด็กใฝ่รู้ แม้สอนน้อย ไม่มีครูก็เรียนรู้ได้
 
     ๓. สู้สิ่งยาก - ฝึกความอดทน เพียรพยายาม ไม่กลัวอุปสรรค ความยากลำบาก จะช่วยเพิ่มพลังใจให้เข้มแข็ง ฝึกการห้ามใจ รู้จักการรอคอย มีงานวิจัยหนึ่งทดลองกับเด็กอายุ ๔ ขวบ ประมาณ ๒๐ คน ด้วยการวางขนมมาร์ชเมลโลไว้บนโต๊ะให้เด็กหยิบขนมได้เลย ๑ ชิ้น แต่ถ้าเด็กคนไหนรอ ๑๕ นาที จะได้ขนม ๒ ชิ้น เด็ก ๑ ใน ๓ รอได้ อีก ๒ ใน ๓ ทนไม่ไหว เมื่อตามเด็กกลุ่มนี้จนจบออกไปทำงาน พบว่าเด็กทั้ง ๒ กลุ่มต่างกัน กลุ่มที่รอคอยไม่ได้ จะเรียนบ้างไม่เรียนบ้าง ลาออกกลางคัน สุขภาพไม่ดี ตรงกันข้ามเด็กที่คอยได้ เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยจะลาออกน้อย จบไปทำงานที่ดี และสุขภาพดีกว่า เด็กที่ฝึกให้รอคอยจึงมีผลกับการใช้ชีวิต การเรียน และมีผลกับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จในชีวิตด้วย
 
     การชมเด็กก็มีผล ชมว่าเขาขยัน สู้ มีความเพียร ดีกว่าชมว่าเขาเก่ง เพราะบางครั้งเมื่อเขาต้องเจอกับปัญหาที่ยาก เขาจะไม่กล้าสู้ เพราะถ้าเขาพลาด เขาอาจไม่เป็นคนเก่งอีกต่อไป ขณะที่เด็กอีกกลุ่มที่ชมว่ามีความเพียรพยายาม จะกล้าทำสิ่งยากแม้ผิดพลาดก็ไม่เป็นไร
 
     
การเรียนรู้ในช่วงชั้น

 
โรงเรียนเพลินพัฒนาได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รอบที่ ๓ พ.ศ.๒๕๕๗

โรงเรียนเพลินพัฒนา 33/39-40 ถ.สวนผัก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
โทร.028852670-5 แฟกซ์ ต่อ 502 webmaster@plearnpattana.com
ค่า GPS : wgs84(x,y)(100.387720,13.787389),wgs84(พิกัด) E100,23,51.8 N13,47,14.6
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2547-2554 ทั้งภาพและเนื้อหาโดยโรงเรียนเพลินพัฒนา