ฝึกแล่นเรือใบ นักเรียนชั้น ๑๐ - ๑๑ - โรงเรียนเพลินพัฒนา ,โรงเรียนทางเลือก

หน้าแรก
ข่าวประชาสัมพันธ์
เครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สรุปงานสัมมนาและเสวนา

รายงานพัฒนาการนักเรียน
ปฏิทินโรงเรียน
ชื่อสมาชิก

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
      
ฝึกแล่นเรือใบ นักเรียนชั้น ๑๐ - ๑๑ พิมพ์ อีเมล
  ฝึกแล่นเรือใบ...เตรียมความพร้อมสร้างสมดุลแห่ง กาย ใจ ปัญญา

     มีผู้กล่าวไว้ว่า “...เล่นเรือใบต้องใช้สมอง ต้องคิดตลอด หาความรู้ให้ตัวเองไปได้เรื่อยๆ คนกับเรือต้องดีกันคนละครึ่ง ถ้าเรือดีคนไม่ดี ก็ใช้ไม่ได้ เรือไม่ดีคนดีก็ไม่ได้อีกเช่นกัน...”
 
     ฝึกแล่นเรือใบ...เตรียมความพร้อมสร้างสมดุลแห่ง กาย ใจ ปัญญา ของนักเรียนชั้น ๑๐ และ ชั้น ๑๑ พร้อมก้าวสู่ปีการศึกษาใหม่เมื่อวันที่ ๙ - ๑๖ พ.ค. ๒๕๕๗ นักเรียนและครูออกเดินทางวันที่ ๙ พ.ค. ๒๕๕๗ แวะพิพิธภัณฑ์ ริบลีส์ เพื่อพานักเรียนทำฐานกิจกรรม จินตนาการถึงการเดินทาง - การผจญภัยไปทั่วโลก หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ กระบวนการเรียนรู้การแล่นเรือใบ เพื่อฝึกความเข้มแข็ง อดทน เด็ดเดี่ยว กล้าเผชิญสถานการณ์ที่กดดัน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สามารถดูแลตนเองและหาวิธีการที่ปลอดภัยเบื้องต้นให้กับตนเองรวมทั้งการช่วยเหลือผู้อื่น ได้พัฒนาความคิดวางแผน ปรับเรือใบตามสถานการณ์และธรรมชาติตลอดเวลา ซึ่งการฝึกฝนเรียนรู้การแล่นเรือใบด้วยตนเองครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิชากีฬาของช่วงชั้นมัธยมและส่งเสริมพัฒนาเพิ่มเติมจากการเรียนการสอนในหลักสูตร ภายในระยะเวลา ๘ วัน ๗ คืน ณ สมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ส่วนแยกสัตหีบ อาคารสมุทรกีฬา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
 
     
     โดยมีรูปแบบกิจกรรม ตั้งแต่การฝึกประกอบเรือ ฝึกตั้งใบ ควบคุมการทรงตัว ควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของเรือก่อนลงทะเลจริง โดยมีพื้นที่จำลองให้ฝึก เด็กจะได้เรียนรู้การอ่านทิศทางลม การทรงตัวบนเรือที่แล่นอยู่ในทะเล การควบคุมเรือให้แล่นไปในทิศทางที่กำหนด
 
     ความรู้สึกแรกก่อนมากับวันสุดท้ายที่ต้องเดินทางกลับของผู้ร่วมเดินทางแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ๘ วัน ๗ คืน นี้เป็นช่วงเวลาที่พวกเขาได้บากบั่น เรียนรู้เพื่อพัฒนา กาย ใจ สติปัญญา ผ่านกิจกรรมแล่นเรือใบที่เสมือนเป็นสถานการณ์จำลองให้นักเรียนได้ฝึกฝนเพื่อฝ่าฟันปัญหาอุปสรรค ได้รู้จักความล้มเหลว เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การเผชิญปัญหา อุปสรรคบนโลกแห่งความเป็นจริงในอีกไม่ช้า ที่มากกว่าคลื่นลมแน่นอน
 
     น.ส .วิชชากร ประภาสะวัต (ออมสิน) น.ส.อุมา อินทัช ตรีรัตน์ (พูห์) และ น.ส. ชญาณิน  พัฒนกำจร (บุญ) ชั้น ๑๐ ผู้ร่วมเดินทางได้บอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ และความประทับใจกับครั้งแรกของกิจกรรม ”แล่นเรือใบ” ครั้งนี้
 
“ ๙ พฤษภา เราจะไปเล่นเรือใบกันแล้ว ”
“ ไม่นะ”
“ ขี้เกียจจังเลย จะเล่นเกม จะอยู่บ้าน”
“ โอ้ย กี่ปีกว่าจะขาวเหมือนเดิมเนี่ย”
“ จบสิ้นกันเวลาปิดเทอม”

 
     เสียงแรกสำหรับการไปเล่นเรือใบ มันดังฟังชัดว่าทุกคนไม่อยากไป ก็กีฬาเรือใบ กีฬาที่น้อยคนจะได้รู้จัก น้อยคนจะได้ลองสัมผัส ลองเล่น “เรือใบ” ยากนักที่จะถามจากคนใกล้ตัวว่ามันจะเป็นยังไง มันจะยากไหม อันตรายรึเปล่า หรือว่าจะน่าเบื่อมากๆ  
     
     วันแรกสำหรับการเล่นเรือใบค่อนข้างบั่นทอนจิตใจ เราเริ่มเรียนรู้จากการประกอบเรือซึ่งค่อนข้างยาก ต้องใช้ทั้งแรงกายแรงใจและสมอง เพราะส่วนประกอบของเรือมีเยอะมากแถมยังหนักอีกด้วย นั่นคือเรื่องยุ่งยาก อุปสรรคแรกของเรา
 
     ‘กินข้าวเช้าเสร็จแล้วไปประกอบเรือเลยนะ’เป็นสัญญาณการเริ่มต้นของกิจกรรมในแต่ละวัน เราต้องช่วยกันประกอบเรือใบลำของเรา โดยมีทั้งเสียงอุปกรณ์ตก เสียงบ่นเสียงโวยวายและตะโกนถามครูฝึกดังเป็นระยะๆ ก่อนที่ครูจะเริ่มนัดหมายแบบฝึกหัดของแต่ละวัน แล้วเริ่มลากเรือที่แสนหนักไปยังฝั่ง (แลมป์)
 
     
      การเล่นเรือใบสำหรับหลายๆคนเป็นเรื่องยากโดยเฉพาะในครั้งแรกพวกเราก็เช่นกัน ในการเล่นครั้งแรกแต่ละคนจะมีพี่เลี้ยงนั่งเรือด้วยคอยสอนว่าจะต้องทำอะไร อย่างไร ในวันถัดมาพี่ๆก็เริ่มปล่อยให้เราฝึกฝนด้วยตัวเอง วันนั้นท้องทะเลเต็มไปด้วยเสียงโวยวายของพวกเรา ‘เรือจะชนแล้ว! ,บูมฟาดหัวเจ็บมากเลย! , หลบไป เราหลบไม่เป็น! , ช่วยกู้เรือหน่อย! ’เมื่อเราเริ่มชำนาญแล้วจากความเครียดและกลัวก็เริ่มกลายเป็นความสนุกและตื่นเต้น… อย่างเช่นเวลาที่เรือจะล่มแต่ละครั้งจะมีเสียงเชียร์จากฝั่งว่า “ล่มเลยๆ” น้อยคนนักที่กังวลแทนเพื่อนที่จะล่ม มันเป็นความสะใจและสนุกเล็กๆ แต่ไม่ใช่สำหรับเจ้าของเรือที่ต้องเป็นคนกู้
 
     ‘แท็คๆไจ๊ๆ’ คำศัพท์มากมายในการเล่นเรือใบเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพูดในชีวิตประจำวัน การเล่นเรือใบแม้จะเหนื่อยแต่ก็ทำให้เราสนุกไปกับมัน ทุกๆเช้าตอนหกโมงครึ่ง เวลาตื่นของเรา จะมีเสียงบ่นพึมพำซ้ำๆ เหนื่อยขี้เกียจ ไม่อยากตื่น หรือแม้กระทั่งอยากกลับบ้าน คิดถึงบ้าน… แต่น่าประหลาดเพียงแค่เราลากเรือลงน้ำความรู้สึกหดหู่และท้อถอยก็หายไปเอง มันเป็นอย่างนี้ทุกวัน  
     
      รางวัลแรกสำหรับการฝึกฝนคือการได้ไปเที่ยว!!น้ำใสๆ ท้องทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา ทรายสีขาวสะอาด ก่อให้เกิดความประทับใจเล็กๆแก่พวกเรา มันเป็นการไปเที่ยวที่สนุกจริงๆ สนุกจนไม่ฟังครูและเล่นคึกคะนอง… ใบหน้ายิ้มแย้มของทุกๆคนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าเศร้าเมื่อครูฝึกออกมาประกาศว่า “การไปเกาะพรุ่งนี้จะถูกยกเลิกเพราะพวกเธอไม่เชื่อฟังคำสั่งครูฝึก ท้องทะเลเป็นที่ๆอันตรายหากอยู่ในทะเลแล้วไม่ฟังคำสั่งก็อาจเป็นเหตุให้เกิดอันตรายได้เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ เราจะกลับไปเล่นทุ่นเหมือนเดิม (ที่พวกเราฝึกกันทุกวันคือการเล่นอ้อมทุ่น โดยจะเปลี่ยนรูปแบบไปทุกๆวัน)” เมื่อสิ้นเสียงของครูฝึกหลายๆคนถึงกับช็อค แน่นอนว่าเราตั้งความหวังกับการไปเกาะในวันรุ่งขึ้นไว้มากเมื่อหวังไว้มากเวลาผิดหวังก็ผิดหวังมากตามไปด้วย เรายังจำความรู้สึกตอนที่รู้ว่าจะได้ไปเกาะได้ว่าดีใจ ตื่นเต้นและมีความสุขมากแค่ไหนจึงไม่แปลกเลยที่การยกเลิกมันจะทำให้ความผิดหวังเข้ามาเกาะกุมไปทั่วจิตใจของพวกเรา
 
     บางทีครูฝึกอาจเห็นว่าเราสำนึกผิด เพราะวันนี้เราได้ไปเกาะ!!ก่อนที่การเดินทางจะเริ่มขึ้นครูฝึกได้พูดอบรมเรานิดหน่อย ครูฝึกบอกว่า ‘เข้าใจว่าลิงมันก็ต้องอยู่บนต้นไม้เนอะ มันต้องซนอยู่แล้วนี่’ และครูฝึกก็ขอให้เราเชื่อฟังให้มากขึ้น ขอให้เห็นใจครูเพราะถ้าพวกเราเป็นอะไรครูฝึกก็รับผิดชอบไม่ไหวเหมือนกัน ในที่สุดการเดินทางของพวกเราก็เริ่มต้น พวกเราเห็นเกาะนี้อยู่ทุกวัน แต่วันนี้จะเป็นวันที่เราได้มากกว่าเห็น
 
     
      เรือลำหนึ่งกับนักเรียนสองคน คนหนึ่งเป็นคนเล่นและอีกคนนั่งหัวเรือ เราจะแล่นไปที่เกาะอีกเกาะก่อนเพื่อแวะทานข้าวแล้วจึงแล่นต่อไปยังจุดหมาย เมื่อแล่นออกทะเลไปไกลขึ้นน้ำก็จะกลายเป็นสีที่สวยยิ่งขึ้น ขยะก็น้อยลงด้วย ยกเว้นตอนที่เราแล่นเข้าไปใกล้เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร์ ที่นั่นอยู่ใกล้กับอู่ต่อเรือ
 
     การเดินทางสองคนมีข้อเสียคือทำให้เรือหนักและแล่นช้าลง แต่ก็มีข้อดีคือเราสามารถช่วยกันแก้ปัญหาได้ และไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เมื่อเล่นมาถึงเกาะสิ่งที่เราทำอย่างแรกคือดื่มน้ำ พวกเราสูญเสียน้ำไปมากเพราะอยู่ในทะเลเกือบครึ่งวันและพูดคุยกันข้ามเรือบ่อยครั้ง(ต้องโทษท้องทะเลที่มีเสียงลมและคลื่น! เราต้องตะโกนเวลาคุยกัน!! )  
     
     หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ มีการสลับตำแหน่งของคนเล่นกับคนนั่ง จากนั้นเราจึงออกเดินทางต่อทันที เกาะต่อไปของเรามีทรายขาวสะอาดที่เราสามารถมองเห็นได้ตั้งแต่อยู่ฝั่ง และเมื่อแล่นเข้าไปจนใกล้ เราก็พบว่าน้ำทะเลบริเวณนี้มีสีที่สวยมาก!! (ใสมากด้วย ใสจนมองเห็นหอยเม่นกันเลยทีเดียว แค่คิดก็เจ็บแล้ว!) และเมื่อเราย่ำลงบนผืนทราย เราก็ประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม มันเป็นทรายที่นุ่มมาก ตลอดบ่ายเราแช่ตัวในน้ำทะเลที่นั่น
 
     
     วันนี้คือวันสำคัญ มันคือวันสอบ!! เริ่มตั่งแต่การประกอบเรือภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งเราทุกคนผ่านมันไปด้วยดี ตามมาด้วยการเล่นทุ่น โดยเราจะเล่นคนละสามรอบ เพื่อให้คุณครูให้คะแนน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด นอกจากวันนี้จะเป็นวันสอบแล้ว มันยังเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เล่นเรือใบ… วันสุดท้ายเป็นวันที่คลื่นและลมแรงสุดๆ แรงอย่างที่เราไม่เคยเล่นมาก่อน มันทำให้เรารูสึกสนุกมาก แม้ว่าจะคุมเรือไม่ค่อยได้ก็ตาม เพื่อนๆหลายคนถึงกับต้องโหนเรือกันเลยทีเดียว คิดดูแล้วก็ปลื้มใจ ไม่คิดเลยว่าเราจะเล่นได้ถึงขนาดนี้ วันนี้เป็นวันที่มีเรือล่มน้อยมาก…
 
“ถึงวันกลับแล้วเหรอ”
“เป็นประสบการณ์ที่ดีจริงๆ”
“สนุกอ่ะ ไม่อยากกลับ”
“คิดถึงเนอะ”
“บ๊ายบาย เราคงได้มาอีกนะ…”
 
 
การเรียนรู้ในช่วงชั้น

 
โรงเรียนเพลินพัฒนาได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รอบที่ ๓ พ.ศ.๒๕๕๗

โรงเรียนเพลินพัฒนา 33/39-40 ถ.สวนผัก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
โทร.028852670-5 แฟกซ์ ต่อ 502 webmaster@plearnpattana.com
ค่า GPS : wgs84(x,y)(100.387720,13.787389),wgs84(พิกัด) E100,23,51.8 N13,47,14.6
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2547-2554 ทั้งภาพและเนื้อหาโดยโรงเรียนเพลินพัฒนา