สุขใจในร่มธรรม - โรงเรียนเพลินพัฒนา ,โรงเรียนทางเลือก

หน้าแรก
ข่าวประชาสัมพันธ์
เครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สรุปงานสัมมนาและเสวนา

รายงานพัฒนาการนักเรียน
ปฏิทินโรงเรียน
ชื่อสมาชิก

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
      
พิมพ์ อีเมล
  สุขใจในร่มธรรม
     "สุขใจในร่มธรรม" การเสวนาธรรมกับ "พระไพศาล วิสาโล" เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต ในวันอังคารที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
 
     ระยะเวลาร่วม ๒ ชั่วโมง ที่ได้นั่งฟังธรรมจาก "พระไพศาล วิสาโล" ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมหนอ ? คนเราต้องรอให้เผชิญกับปัญหา ความผิดหวัง ความสูญเสียในชีวิต กระทั่งเกิด “แรงผลัก” จึงค่อยวิ่งเข้าหาธรรม คงจะดีไม่น้อย หากเรากลับมุมคิดใหม่ เริ่มเข้าหาธรรมเสียแต่วันนี้...มองธรรมเป็น “แรงดึงดูด” ยิ่งฝึกมากเท่าไหร่ ยิ่งได้มากเท่านั้น เมื่อยามเจอปัญหาถาโถม ก็สามารถตั้งรับได้ทัน ไม่ฟูมฟาย ตีโพยตีพาย สามารถรักษาอารมณ์ได้สงบนิ่งด้วยการใช้สติ และปัญญา รู้เท่าทันตัวเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกสิ่งที่อยู่กับเรา ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน เงินทอง หรือคนที่เรารัก ล้วนไม่ใช่ของเรา
 
     "สุขใจในร่มธรรม" การเสวนาธรรมกับ "พระไพศาล วิสาโล" เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต ในวันอังคารที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ช่วงเช้าสำหรับผู้ปกครอง และช่วงบ่ายสำหรับคุณครู ณ ห้องประชุมเพลินพัฒนา อาคารมัธยม ขอนำสาระดีๆ มาแบ่งปัน
 
     โลกของการทำงาน การใช้ชีวิต หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบเจอกับปัญหา เวลาเราเครียด หงุดหงิด ใจไม่เต็มร้อย เงินหาย ถูกโกง เสียใจ อาลัย เศร้าใจ ย่อมส่งผลต่อร่างกาย ทำให้เสียสุขภาพ ทำงานไม่ได้ ก็เสียงาน เวลาอยู่กับลูก พ่อ แม่ เพื่อน แฟน ก็หงุดหงิด ทำให้เสียเพื่อน เสียภาพลักษณ์ เสียสัมพันธภาพ นี่คือไม่รู้จักปล่อยวาง ใจแบกเอาไว้เพราะไม่มี “สติ” เก็บปัญหาไว้มากมาย มัวแต่ปล่อยใจให้อยู่กับอดีต หรืออนาคต
 
     การฝึกสติทำได้ง่ายๆ เวลาทำงาน ให้ใจอยู่กับงาน เวลาอยู่กับลูก ใจก็อยู่กับลูก เรามีใจกันและกัน ใจอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับลูกไม่ต้องคิดถึงเรื่องงาน
 
     ปัญหาต่างๆ ที่เข้ามา ถ้ารับไม่ไหวก็อย่าแบก ทำให้ทุกข์ใจเพราะเราแบก ถ้าไม่แบกก็ไม่ทุกข์ แบกแล้วทุกข์ เพราะไม่มีสติ สติช่วยให้รู้ตัว ถ้าทุกข์ใจให้กลับมาดูตัวเรา แบกอะไรไว้หรือไม่ ทุกข์ใจกำลังยึดติดกับอะไร วางใจไม่ถูก สติจะช่วยเสริมคุณภาพจิตได้
 
     ทุกข์เพราะเพื่อนร่วมงานทำงานน้อยกว่าเรา เราทำมากกว่า
 
ท่านได้ยกตัวอย่าง
เด็กกลุ่มหนึ่งไปออกรายการโทรทัศน์ “พลเมืองเด็ก” เมื่อหลายปีก่อน เป็นรายการแนวเรียลลิตี้ พาเด็กวัย ๑๒ - ๑๓ ปี ไปขนของขึ้นรถไฟ บ่ายนั้น สมจิตร จงจอหอ ขึ้นชก เด็กชาย ๒ คน ที่ไปร่วมรายการด้วย หนีไปดูทีวีเพื่อเชียร์มวยร้านกาแฟใกล้ๆ เหลือเด็กหญิงขนของอยู่คนเดียว นักข่าวจึงถาม
“คิดยังไงที่เพื่อนทิ้ง”
“เห็นใจเขา เพราะเขาสนใจ สมจิตร จงจอหอ ให้เขาได้ดูดีแล้ว”
“ไม่โกรธเพื่อนเหรอ”
“หนูขนของขึ้นรถไฟก็เหนื่อยอย่างเดียว ถ้าหนูโกรธด้วย ก็เหนื่อยสองอย่าง ทั้งใจทั้งกาย”
 
     การบ่น การด่า เพราะไม่มีสติ ป่วยกาย ไม่ป่วยใจ มีสติ รู้ทันใจ โวยวาย ตีโพยพาย แดดร้อน รถติด ปัญญาคือสิ่งที่จะช่วยสร้างคุณภาพจิต ซึ่งปัญญา มี ๒ ส่วน
- จริยธรรม คือความดี เป็นสิ่งที่ต้องทำ
- สัจธรรม คือความจริง เป็นสิ่งที่ต้องเห็นและเข้าใจ เป็นความจริงมากกว่าการใช้ความคิด เวลาเกิด แก่ เจ็บก็ไม่ทุกข์ ไม่มีอะไรเป็นของเรา
 
ท่านได้ยกตัวอย่าคนที่เคยเผชิญน้ำท่วมเมื่อปี ๒๕๕๔ บางคนสูญสิ้นทุกอย่าง การได้เห็นความจริงว่าไม่มีอะไรที่เป็นของเรา ของที่เสียไปซื้อใหม่ได้ แต่ปัญญาซื้อไม่ได้ การได้ฝึกทำใจเห็นความจริง เมื่อเจอปัญหาจะไม่ทุกข์
 
ตัวอย่าง
     พ่อที่เคี่ยวเข็ญลูก ทุกข์ใจกับลูก เมื่อได้เข้าใจสัจธรรมว่าลูกไม่ใช่ของเรา เราไม่สามารถบงการ บังคับ เขาก็มีกรรมเป็นตัวเขาเอง พอพ่อเลิกเคี่ยวเข็ญ ทำใจสบาย ลูกกลับฟังมากขึ้น พ่อก็เครียดน้อยลง ไม่ใช่ละเลย ยังคงต้องดูแลแนะนำ หรืออย่างร่างกายไม่ใช่ของเรา ป่วยก็ยังคงต้องรักษา เราจะไม่ทุกข์เมื่อเจอความทุกข์ พรัดพราก หรือคำด่าทอ การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาจะช่วยให้ปัญหานั้นคลี่คลายได้ดีขึ้น
 
     
คำถาม : ความสมดุลในโลกการทำงาน เราอยากจะมีเงินหาเลี้ยงครอบครัว ถ้าเราไม่มี “ความอยาก” จะมีแรงขับไหม ?
ตอบ : ความอยากมี ๒ อย่าง
     อยากได้ คือ ตัณหา จะนำความทุกข์ เช่น อยากรวยโดยไม่เหนื่อย ก็ไปโกงไปทุจริต
     อยากทำ คือ ฉันทะ แค่ได้ทำ ก็มีความสุข อยากรู้ อยากเรียน การเรียนก็จะมีความสุข
 
     มีเด็กคนหนึ่ง ชื่อยุ้ย อายุราว ๑๔ - ๑๕ ปี ป่วยเป็นมะเร็ง แต่ขยันเรียนมาก ได้สอบภาษาจีน ก่อนสอบครูเตือนว่าถ้าจับได้ว่าใครทุจริตจะตัดคะแนนทั้งห้อง ปรากฎว่ามีเพื่อนทุจริต และครูจับได้ เพื่อนคนนี้ก็ไปขอโทษเพื่อนๆ ทุกคนโกรธมาก จนมาถึงยุ้ย ยุ้ยกลับไม่โกรธ และให้อภัยเพื่อน
“ทำไมไม่โกรธ”
“เรียนก็ได้ความรู้อยู่แล้ว ใครเอาไปไม่ได้ ครูเอาไปได้แค่คะแนน”
คิดได้แบบนี้ก็ทุกข์น้อยลง
 
     เราควรมีแรงขับในการทำงานให้เกิดฉันทะ มากกว่าตัณหา และหาแรงดึงดูดจากสิ่งที่อยากทำ เช่น ความสุขที่ไดัจากการเรียน การทำงาน เป็นต้น
 
คำถาม : จะฝึกสติได้อย่างไร ?
ตอบ : "สติ" มีความหมายว่า เวลาทำอะไร รู้ว่าทำสิ่งนั้น ตัวอยู่นี่ ใจก็อยู่นี่ อย่าใจลอย เมื่อสติมีมากขึ้น ทำอะไรก็ไม่พลาด ขับรถ ก็อยู่กับการขับรถ เริ่มจากเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน แปรงฟัน ก็รู้ว่าแปรงฟัน ก่อนขยายไปสู่เรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญในชีวิต รู้เท่าทันอารมณ์ความคิดที่เกิดขึ้น ธรรมชาติของจิต รู้ทันอารมณ์ มันจะปล่อยจะวาง อย่างการฝึกให้เด็กเขาหยิบบัตรให้ตรงกับอารมณ์ของตัวเอง เด็กเขาได้รับรู้อารมณ์ตัวเอง ก็เป็นการช่วยฝึกสติให้เด็กๆ ได้
 
     “ทำกิจ...ทำจิต ด้วยสติ และปัญญา”
 
การเรียนรู้ในช่วงชั้น

 
โรงเรียนเพลินพัฒนาได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รอบที่ ๓ พ.ศ.๒๕๕๗

โรงเรียนเพลินพัฒนา 33/39-40 ถ.สวนผัก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
โทร.028852670-5 แฟกซ์ ต่อ 502 webmaster@plearnpattana.com
ค่า GPS : wgs84(x,y)(100.387720,13.787389),wgs84(พิกัด) E100,23,51.8 N13,47,14.6
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2547-2554 ทั้งภาพและเนื้อหาโดยโรงเรียนเพลินพัฒนา