เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง - โรงเรียนเพลินพัฒนา ,โรงเรียนทางเลือก

หน้าแรก
ข่าวประชาสัมพันธ์
เครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สรุปงานสัมมนาและเสวนา

ปฏิทินโรงเรียน
      
เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง พิมพ์ อีเมล
 

เรื่องเล่าศิษย์เก่าเพลินพัฒนา : เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง

 
     "การเกษตร" เรื่องใกล้ตัวที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน กลับเป็นเรื่องไกลตัวมากขึ้นเมื่อโลกอุตสาหกรรมเข้ามาแทนที่ แต่สำหรับใครบางคนเขากลับมองว่าการเกษตรไม่ใช่แค่การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ แต่มันคือ "วิถีชีวิต" จึงแบ่งเวลาเพื่อมาทำการเกษตรอินทรีย์ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง "บิ้ว - นิพิฐพนธ์ ทองพันธุ์" ศิษย์เก่าเพลินพัฒนารุ่นที่ ๘ เจ้าของแนวคิดดังกล่าว ขณะนี้ศึกษาต่อ ม.ธรรมศาสตร์ วิทยาลัยโลกคดีศึกษา หลักสูตรนานาชาติ (GSSE) ชั้นปีที่ ๒ ... เขา "คิด" และ "ทำ" อย่างไรพาไปพูดคุยกับบิ้วท์กันค่ะ จากแรงบันดาลใจสู่การลงมือทำ เริ่มต้นได้อย่างไร
 
     จริงๆ เริ่มจากความเบื่อครับ เบื่อการเรียนในห้อง เบื่อที่ต้องมานั่งจำโน่นนี่นั่น ตอนนั้นคิดว่าเด็กคนหนึ่งต้องรู้ขนาดนี้เลยเหรอ เรียนแล้วก็ลืม เห็นหลายคนเครียดกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งก็ไม่ผิดครับ แต่สำหรับผมรู้สึกว่าแข่งขันกันเยอะไป แข่งไปทำไมก็ไม่รู้ บางคนเครียดกันตั้งแต่ประถม เริ่มรู้สึกว่ามากเกินไป เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา รู้สึกว่าชีวิตวัยเด็กควรทำอะไรมากกว่านี้นอกเหนือจากการเรียนในห้อง รู้สึกเราไม่ได้อยู่กับตัวเองเลย เอาแต่หาความรู้ข้างนอก รู้หลายอย่างแต่ "ไม่รู้ใจตัวเอง"
 
     เห็นหลายคนไม่ได้มีแรงบันดาลใจหรือ passion ในการเรียนเลย รู้สึกว่าเราเรียนเยอะไป (ถ้าเทียบกับคนอื่นคือน้อยมาก) รู้สึกไม่ได้ใช้ชีวิต "จริงๆ" . จากนั้นก็เลยมีความคิดว่าอยากลองใช้ชีวิตง่ายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ชอบแนวคิดของ "โจน จันได" และ "อ.ยักษ์" ครับ ทั้งเรื่องการศึกษา เกษตร ชีวิต ฯลฯ ชอบแนวคิดของเขามากๆ ครับ แล้วก็มีแนวคิดหลายอย่างที่ตรงกัน อารมณ์แบบ มีคนคิดเหมือนเราด้วยเหรอ ก็เลยมาดูว่าถ้าคนๆหนึ่งจะอยู่ได้ต้องมีอะไรบ้าง "ปัจจัยสี่" นั่นเอง เรื่องง่ายๆธรรมดามากๆ การเกษตรก็เลยผุดเข้ามาเองโดยอัตโนมัติ และด้วยความที่ชอบธรรมชาติอยู่แล้วเลยทำให้มีความสุขกับการทำงาน ชอบทำงานที่ไม่อยู่เฉยๆ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ ชอบอยู่กับธรรมชาติ ชอบทำงาน outdoor รู้สึกนั่งเรียนทั้งวันมันผิดธรรมชาติ
   
     ที่บอกว่าชอบเกษตรไม่ได้หมายถึงชอบแบบคลั่งไคล้เหมือนพวกที่จำชื่อต้นไม้ได้ทุกต้น แต่ชอบวิถีชีวิต การใช้ชีวิตแบบง่ายๆ ซึ่งก็แปลกที่โรงเรียนทั่วไปไม่ได้สอนสิ่งเหล่านี้เลย หลายคนจำตารางธาตุได้แต่ปลูกต้นไม้ทำนาไม่เป็น มานั่งคิดเล่นๆ ก็ตลกดี
 
     ก็เลยเป็นที่มาให้ลงมือทำเกษตร จริงๆไม่อยากให้เรียกว่าการเกษตรเพราะคนจะนึกถึงภาพที่เป็นร้อยไร่ มีเครื่องจักร มีโกดังสินค้าใหญ่โต มีการค้าขายเป็นธุรกิจ เพราะที่ทำไม่ใช่แบบนั้น เราทำเหมือนคนสมัยก่อน ปลูกที่กิน กินที่ปลูก เหลือก็แจก แจกหมดค่อยขาย จริงๆ ไม่อยากให้เรียกว่าการเกษตร เพราะมันไม่ใช่การเกษตร มันคือ "วิถีชีวิต"
 
     ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยครับ ต้องทำอันนี้ด้วย เรียนด้วย ขับรถไปๆมาๆ แต่มันสนุกที่ได้ทำครับ เพราะเราได้ทำในสิ่งที่รัก มันเหนื่อยแต่มันสะใจ รู้สึกเราเสียแรงเสียเวลาไปกับสิ่งที่คุ้มค่า
 
     
จัดสรรพื้นที่ในการเพาะปลูกอย่างไร นอกจากปลูกพืช ผัก เลี้ยงสัตว์ด้วยไหม
 
     ปลูกแบบอินทรีย์ครับ ใช้ "โคก หนอง นา โมเดล" เป็นต้นแบบ คือทำเท่าที่เราทำไหว มีเท่าไรทำเท่านั้น ปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง และปลูกไม้ ๕ ระดับ สัตว์ที่เลี้ยงมี ปลา ไก่ แล้วก็ไส้เดือนครับ เลี้ยงอะไรมากไม่ได้เพราะไม่ได้อยู่ตลอด ไม่มีคนดูแลครับ ถ้าช่วงปิดเทอมก็จะอยู่ที่นั่นเลย ส่วนช่วงเปิดเทอมก็จะไปๆมาๆ อาทิตย์ละ ๒ - ๓ วันครับ
 
แบ่งเวลาเรียนกับการทำงานอย่างไร
 
     ก็ต้องแบ่งเวลาดีๆ ครับ แล้วก็ต้องวางแผนให้ดีมากๆ เพราะถ้าเราวางแผนดี เราจะประหยัดทั้งเงิน ประหยัดทั้งเวลา แล้วก็ได้ทำทั้ง ๒ อย่าง ไม่เสียการเรียน ไม่เสียเรื่องงาน . เรียน "GSSE" ที่ ธรรมศาสตร์ครับ เป็นหลักสูตรอินเตอร์ คร่าวๆ คือเรียนเกี่ยวกับการทำธุรกิจมาแก้ไขปัญหาสังคมครับ คือใช้ธุรกิจเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา ไม่มีเรียนเกี่ยวกับการเกษตรเลยครับ ที่เรียนคือพวกสังคมศาสตร์ เช่น ปรัชญา มานุษวิทยา รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บริหาร ฯลฯ จะเรียนค่อนข้างกว้างและก็มีวิชาแปลกๆที่ไม่เคยเจอครับ แต่สามารถนำมาประยุกต์ต่อยอดกับการเกษตรได้สบายครับ เหมือนเป็นจุดประสงค์ของคณะอยู่แล้ว และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เลือกเรียนคณะนี้ครับ
   
  กลับมาที่สวนเกษตรอินทรีย์ ... เส้นทางของผลผลิตที่ได้ไปไหนต่อ

     ผลผลิตที่ได้ก็กินเองกับแจกครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกผักผลไม้ ยังไม่เคยขายเลยครับ กินเองบ้าง แจกคนโน้นคนนี้บ้าง แป๊ปเดียวก็หมดครับ ที่กำลังจะเริ่มขายคือมูลไส้เดือนครับ... ผู้ปกครองท่านใดสนใจเตรียมซื้อได้ที่ตลาดเรือนแก้วทุกวันอังคารนะครับ (แอบโฆษณา ^_^)

การลงทุน ลงแรง มีการคิดต้นทุน กำไร ด้วยไหม ทำมาได้กี่ปีแล้ว

     คิดทุกบาททุกสตางค์ครับ ถึงบางอย่างเราจะได้มาฟรีแต่ก็จดไว้ว่าถ้าต้องจ่ายเองจะเสียเท่าไร เวลาเรากลับมาดูจะได้คำนวณต้นทุนได้ถูก ทำให้เราเห็นภาพได้ชัดว่าที่ทำไปคุ้มกับที่ลงทุนไปหรือเปล่า แต่จริงๆ ก็แทบไม่ได้ลงทุนอะไรเลยครับ ถ้าเทียบกับคนอื่นถือว่าน้อยมากๆ ถ้านับตั้งแต่เริ่มทำเลย คือยังไม่มีอะไรเลย เป็นที่โล่งๆ ก็ทำมาประมาณปีครึ่งครับ 
     
ภาพในใจเราอีก ๓ - ๕ ปีข้างหน้าเป็นอย่างไรและตั้งเป้าหมายอย่างไร
 

     เวลาผมทำอะไรจะชอบคิดเป็นภาพครับ เป็นตั้งแต่เด็กแล้วครับ อย่างเช่น ตอนยังเป็นที่โล่งๆ เราก็เดินดูแล้วก็นึกภาพเลยว่าอะไรจะอยู่ตรงไหน ตรงนี้จะทำอะไร ตรงโน้นจะปลูกอะไร หน้าตาจะออกมาประมาณไหน แล้วก็แปลกมากที่พอทำแล้วมันออกมาใกล้เคียงกับภาพที่นึกไว้มาก แทบจะเหมือนเลย ภาพในอนาคตก็คิดว่าจะขยายให้เต็มพื้นที่ครับเพราะตอนนี้ยังไม่เต็ม แล้วก็คิดไว้ว่าอาจจะเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้เล็กๆ ให้คนที่สนใจเข้ามาศึกษาครับ อีกอย่างที่อยากทำคือ อยากทำให้ดูเป็นตัวอย่าง อยากให้เกษตรกรและคนทั่วไปเห็นว่า "เกษตรอินทรีย์" และ "เศรษฐกิจพอเพียง" ทำได้จริง บางคนบอกมีแต่คนรวยเท่านั้นที่ทำได้ ผมว่าไม่จริงครับ อยากให้ลองศึกษาให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งก่อน คนจนก็ทำได้ครับ เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงิน แต่มันอยู่ที่ "ความคิด" และ "ความอดทน" ครับ

     เป็นกำลังใจให้บิ้วท์เดินทางไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้นะคะ คงไม่มีอะไรสุขไปกว่าการได้ทำในสิ่งที่รัก แม้ระหว่างทางจะพบเจอ อุปสรรคปัญหาแต่เชื่อว่าบิ้วท์จะผ่านไปได้แน่นอน

 
 
การเรียนรู้ในช่วงชั้น
   

เทศกาลประจำปี



 
โรงเรียนเพลินพัฒนาได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รอบที่ ๓ พ.ศ.๒๕๕๗

โรงเรียนเพลินพัฒนา 33/39-40 ถ.สวนผัก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
โทร.028852670-5 แฟกซ์ ต่อ 502 [email protected]
ค่า GPS : wgs84(x,y)(100.387720,13.787389),wgs84(พิกัด) E100,23,51.8 N13,47,14.6
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ. 2547-2554 ทั้งภาพและเนื้อหาโดยโรงเรียนเพลินพัฒนา